ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2562

3 เดือนที่แล้ว 71

ในปี 2561 ที่ผ่านไป เศรษฐกิจไทยขยายตัวดีในช่วงครึ่งปีแรกโดยมีแรงขับเคลื่อนหลักทั้งจากอุปสงค์ต่างประเทศ และในประเทศ แต่ในช่วงครึ่งหลังของปีแรงส่งของอุปสงค์ต่างประเทศแผ่วลงอย่างชัดเจนโดยเฉพาะภาคการส่งออกสินค้าของไทย เนื่องจากเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามทางการค้า (Trade war) ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน และการชะลอตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าที่มาจากปัจจัยอื่น ๆ และคาดว่าผลกระทบจากสงครามการค้าจะเริ่มชัดเจนขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ 

          ภาคการส่งออกสินค้าคาดว่าจะชะลอตัวลงหลังจากขยายตัวได้ดีต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบสองปี โดยนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าสงครามการค้าจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภค โดยเฉพาะนักลงทุนที่อาจตัดสินใจเลื่อนการลงทุน อย่างไรก็ดี ประเทศไทยอาจได้รับผลดีบ้างจากการย้ายฐานการผลิตหรือการโยกคำสั่งซื้อในบางสินค้าจากจีน แต่คาดว่ายังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการชะลอตัวของปริมาณการค้าโลกโดยรวม ดังนั้น เมื่อเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เศรษฐกิจไทยในปี 2562 นี้จะมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงตามไปด้วย โดยคาดว่าการส่งออกที่ชะลอตัวลงนี้จะเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

          ภาคการท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง ภาคการท่องเที่ยวของไทยที่ขยายตัวดีในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ต้องสะดุดลงจากเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ตในเดือนกรกฎาคม 2561 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนอย่างรุนแรง  อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องหลังจากภาครัฐบาลเร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว รวมถึงใช้มาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนเริ่มมีสัญญาณปรับดีขึ้น นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศอื่น ๆ ยังขยายตัวดี และน่าจะมีแรงส่งต่อเนื่องมาในปี 2562 อย่างไรก็ตาม ปัญหาการใช้งานเกินศักยภาพของสนามบินต่าง ๆ ยังเป็นข้อจำกัดด้านอุปทานที่สำคัญต่อภาคการท่องเที่ยวไทย

            การบริโภคภาคเอกชนในภาพรวมยังไปได้ต่อ ในปี 2561 การบริโภคภาคเอกชนของไทยขยายตัวสูงเกินความคาดหมาย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากยอดขายรถยนต์ขยายตัวสูงเพราะเงื่อนไขผูกพันในในโครงการรถยนต์คันแรกทยอยหมดลง นอกจากนี้ การจ้างงานที่ปรับดีขึ้นและกระจายตัวมากขึ้นในหลายภาคเศรษฐกิจและหลายกลุ่มรายได้ทำให้กำลังซื้อนอกภาคเกษตรกรรมฟื้นตัวต่อเนื่อง ผนวกกับมาตรการภาครัฐที่ในหลายโครงการมีบทบาทสำคัญในการช่วยสนับสนุนการบริโภคโดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย สำหรับในปี 2562 คาดว่ายอดขายรถยนต์อาจชะลอตัวลงจากฐานที่สูงในปีที่ผ่านมา ส่วนมาตรการภาครัฐคาดว่าจะยังมีผลต่อมายังปี 2562 ขณะที่รายได้เกษตรกรอาจมีแนวโน้มไม่ดีนักจากปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ทำให้การบริโภคในภาพรวมยังไปต่อได้แต่มีทิศทางชะลอตัวลง

         การเลือกตั้งและความต่อเนื่องของโครงการลงทุนภาครัฐยังคงเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนจับตามอง คงต้องยอมรับว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อนั้นเป็นปัจจัยที่บั่นทอนความน่าดึงดูดการลงทุนในประเทศไทย หากการเลือกตั้งครั้งใหม่ในปี 2562 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่อยู่ในแผนงานของรัฐบาลเดิมมีความต่อเนื่อง ก็คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนได้เป็นอย่างดี โดยปี 2562 เป็นปีสำคัญที่โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐจะมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งโครงการรถไฟทางคู่ห้าสาย และโครงสร้างพื้นฐานของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) อีกทั้งปัญหาความไม่เข้าใจใน พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างที่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ภาครัฐมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ไม่เต็มที่ในปีที่ผ่านมาก็คาดว่าจะทยอยคลี่คลายลงในปีนี้

          การลงทุนภาคเอกชนเริ่มจุดติด ในช่วงสองปีที่ผ่านมาที่ภาคการส่งออกของไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง และการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวดีเกินความคาดหมาย รวมทั้งโครงการลงทุนขนาดใหญ่หรือ Mega-project เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้นได้ช่วยจุดเครื่องยนต์การลงทุนภาคเอกชนให้ติดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ ในปี 2562 อาจเกิดกระแสการย้ายฐานการลงทุนของบริษัทข้ามชาติจากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ ซึ่งการที่ไทยมีความชัดเจนในโครงการ EEC และการมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมน่าจะมีส่วนช่วยให้ไทยสามารถช่วงชิงความได้เปรียบในการเป็นฐานการผลิตในบางอุตสาหกรรมได้เมื่อเทียบกับประเทศตัวเลือกอื่น ๆ ในภูมิภาค

          สำหรับอัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้าคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ แม้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะมีทิศทางเพิ่มขึ้นบ้างจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง แต่เป็นการปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น การแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับเพิ่มราคาได้มากนัก สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปถูกกดดันเพิ่มเติมจากแนวโน้มราคาน้ำมันที่มีทิศทางปรับลดลงสอดคล้องกับแนวโน้มอุปทานน้ำมันดิบที่มีมากขึ้น

          กล่าวโดยสรุป ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2562 นี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยยังเติบโตประมาณร้อยละ 4 ซึ่งเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับระดับศักยภาพ แม้จะมีทิศทางชะลอลงบ้างจากปีก่อนจากปัจจัยด้านอุปสงค์ต่างประเทศ โดยในปีนี้คาดว่าอุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะมีบทบาทสำคัญสำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ภายในกรอบเป้าหมาย อย่างไรก็ดี ภายใต้โลก VUGA นี้ เศรษฐกิจไทยจะยังคงเผชิญกับความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายในและต่างประเทศ รวมถึงเสถียรภาพของระบบการเงินที่แม้จะยังอยู่ในเกณฑ์ดีแต่ยังคงมีบางจุดที่เปราะบาง เช่น ภาคอสังหาริมทรัพย์ และพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่มาพร้อมกับการประเมินความเสี่ยงที่ต่ำกว่าควร (underpricing of risks) ที่สืบเนื่องมาจากภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน จึงอาจกล่าวได้ว่าปี 2562 จะเป็น "ปีหมูที่อาจจะไม่หมู" สำหรับเศรษฐกิจการเงินไทย และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำนโยบายทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงผู้ประกอบการต่างๆ ที่คงต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่อาจมาถึงในปีหมูที่ไม่หมูนี้

CR: https://www.bot.or.th/Thai/ResearchAndPublications/articles/Pages/Article_22Jan2019.aspx

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

ฉลองครบรอบ 25 ปี "ไมโครลิสซิ่ง"
1 อาทิตย์ที่แล้ว 47

คุณธรรมศักดิ์ อัชญาวัฒน์ ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมฉลองครบรอบ 25 ปีอย่างยิ่งใหญ่

กิจกรรมเดินแฟชั่นการกุศลของกาชาดนครปฐม ในงานลอยกระทงปี 2562
3 อาทิตย์ที่แล้ว 75

คุณรสนันท์ ยิ่งทวีศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมกิจกรรมเดินแฟชั่นการกุศลของกาชาดจังหวัดนครปฐม

งานกิจกรรม Women CEOs Summit
3 อาทิตย์ที่แล้ว 54

คุณรสนันท์ ยิ่งทวีศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมกิจกรรม Women CEOs Summit