เข้าคูหา กาให้ถูก : เลือกตั้ง+ประชามติ 69 อย่างไรไม่ให้เสียสิทธิ

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของประชาชนไทย เมื่อมีการจัดให้มีทั้ง การเลือกตั้ง และ การออกเสียงประชามติ พร้อมกันในวันเดียว การออกไปใช้สิทธิในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกผู้แทนเท่านั้น แต่ยังเป็นการร่วมตัดสินใจในประเด็นสำคัญที่มีผลต่อทิศทางของประเทศในอนาคต การเข้าใจขั้นตอนและเตรียมตัวให้พร้อม จะช่วยให้ประชาชนใช้สิทธิได้อย่างถูกต้อง มั่นใจ และมีความหมายมากยิ่งขึ้น
ใครมีสิทธิใช้สิทธิ?
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง/มีสิทธิออกเสียงประชามติจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
✔ มีสัญชาติไทย
✔ อายุครบ 18 ปีขึ้นไป ในวันเลือกตั้ง
✔ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ไม่น้อยกว่า 90 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง (ถ้าคุณย้ายทะเบียนบ้านหลังวันที่ 10 พ.ย. 2568 คุณอาจต้องลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าเพื่อนำสิทธิไปใช้ในเขตใหม่)
ขั้นตอนการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีดังนี้
- ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิก่อนเข้าคูหา มีทั้งหมด 2 ชุด ได้แก่ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
- เช็กหมายเลขพรรคการเมืองเพื่อเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพูเลือกพรรค) และหมายเลขผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียวเลือกสส.) ของเขตที่เรามีสิทธิเลือกตั้ง
- เตรียมบัตรประชาชน (หมดอายุสามารถใช้ได้) หรือบัตรอื่นๆ ที่มีหมายเลขประจำตัวประชาชน และออกโดยหน่วยงานของรัฐ เช่น ใบขับขี่, แอป ThaID
- แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง ยื่นหลักฐาน และแจ้งลำดับที่ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
- รับบัตรเลือกตั้ง เราจะได้บัตรทั้งหมด 2 ใบ ได้แก่ บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ

เข้าคูหาที่ 1: ลงคะแนนเลือกตั้ง สส. บนบัตร 2 ใบ
1.เข้าคูหา ทำเครื่องหมาย "กากบาท" ในบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ: ในคูหาเลือกตั้งจะมีปากกาเตรียมไว้ให้แล้ว บัตรเลือกตั้งใบแรก เลือกตั้งผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต (สีเขียวเลือกสส.)
จะมีแค่หมายเลขมาให้ ไม่มีข้อมูลชื่อ-นามสกุลผู้สมัคร ไม่มีโลโก้พรรค ต้องจำหมายเลขให้ดีตั้งแต่แรก
บัตรเลือกตั้งใบที่ 2 เลือกผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง (สีชมพูเลือกพรรคการเมือง)
จะมีโลโก้พรรคการเมืองระบุไว้ในบัตร แต่ถ้าจำหมายเลขได้ก็จะช่วยหาเจอและกาได้ไว้ขึ้น
*ให้ทำเครื่องหมาย "กากบาท" ในช่องว่างสำหรับทำเครื่องหมาย โดยให้ทำเครื่องหมายกากบาทแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแต่ละบัตรเลือกตั้ง สามารถกาเลือกได้เพียงหมายเลขเดียว อย่ากาหลายหมายเลข
ระวัง! ข้อห้าม ไม่ควรทำพฤติกรรมดังต่อไปนี้ เพราะบัตรเลือกตั้งนั้นจะกลายเป็น “บัตรเสีย”ไม่ถูกนับเป็นคะแนน
- ทำเครื่องหมายอื่นนอกจากกากบาท เช่น กากบาทแล้วใส่วงเล็บล้อม ทำเครื่องหมายดาว วาดรูปหัวใจ ทำสี่เหลี่ยม เขียนคำหรือหมายเลขพรรคที่จะเลือก
- ใส่เครื่องหมายกากบาทมากกว่าหนึ่งอันขึ้นไปในช่องเดียว
- ทำเครื่องหมายกากบาทนอกช่องทำเครื่องหมาย
- กาหมายเลขมากกว่าหนึ่งหมายเลขขึ้นไป
- เขียนข้อความใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้ง
- ปล่อยช่องเว้นว่างไว้ ไม่กาหมายเลขใดเลย
- กาทั้งช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หรือ “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” และกาหมายเลขผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต หรือหมายเลขบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองด้วย
- กาในช่องที่ไม่มีผู้สมัคร
2.หย่อนบัตรเลือกตั้งลงในหีบด้วยตนเอง: โดยหีบจะมี 2 ใบตามบัตรแต่ละประเภท หีบใส่บัตร สส. แบบแบ่งเขตและหีบใส่บัตร สส.แบบบัญชีรายชื่อ เช็กหีบให้ถูกต้องตามประเภท แล้วจึงค่อยนำบัตรไปหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งให้ถูกต้องเดินไปจุดคูหาออกเสียงประชามติ พร้อมแสดงตนขอใช้สิทธิ
เข้าคูหาที่ 2: ออกเสียงประชามติ
1.รับบัตรออกเสียงประชามติ บัตรสีเหลือง และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ (ด้านบน สีขาว)
2.เข้าคูหาลงคะแนนออกเสียงประชามติ (กา เห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ ว่าควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่)
ทำเครื่องหมาย กากบาท ลงในช่องสำหรับทำเครื่องหมาย
- กากบาทช่องซ้าย ถ้าต้องการออกเสียง "เห็นชอบ"
- กากบาทช่องขวา ถ้าต้องการออกเสียง "ไม่เห็นชอบ"
- หากไม่ประสงค์แสดงความคิดเห็น ให้กากบาทช่อง "ไม่แสดงความคิดเห็น"
3.พับแล้วหย่อนบัตรเลือกตั้งลงหีบด้วยตนเอง: หลังจากกากบาทบัตรออกเสียงประชามติเรียบร้อยแล้ว พับบัตรให้เรียบร้อยก่อนนำไปหย่อนลงหีบด้วยตนเอง
บัตรเลือกตั้ง 2569 มีกี่ใบ สีอะไรบ้าง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แบ่งบัตรเลือกตั้ง 2569 ไว้ทั้งหมด 3 ใบ 3 สี ดังนี้

ข้อควรระวัง
❌ ห้ามถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว
❌ ห้ามนำบัตรออกนอกหน่วยเลือกตั้ง
❌ ห้ามเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นก่อนวันเลือกตั้ง
เพราะอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งและประชามติ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : iLaw